เที่ยวดินแดนแห่งอารยธรรม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปกับจังหวัดสุโขทัย

จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม โดยมีแม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย คือ แม่น้ำยม ที่ไหลผ่านจากเหนือสู่ใต้ อีกทั้งยังมีห้วยแม่หมอก ห้วยแม่ลำพัน ห้วยท่าแพ ที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ประวัติศาสตร์ไม่แพ้กับจังหวัดอยุธยาเลย เพราะว่าที่นี้มีโบราณสถานมากมายและยังเป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กำเนิดประเพณีลอยกระทง ลายสือไทยหรือวรรณคดีเล่มแรกของไทย ซึ่งได้กำเนิดที่ ตำบลบางขลัง จังหวัดสุโขทัยนั่นเอง

การเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดสุโขทัยนี้ ถือได้ว่าเป็นการเที่ยวเปิดกรุประวัติศาสตร์ของไทย เพราะมีโบราณสถานมากมายที่เป็นต้นกำเนิดของโบราณวัตถุ เครื่องสังคโลกต่าง ๆ ปัจจุบันจึงทำให้จังหวัดสุโขทัยมีโบราณสถานมากมายที่ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปศึกษาถึงอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากอดีต จังหวัดสุโขทัยจึงมีที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์อยู่มากมาย แต่ได้ทำการคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในโบราณสถานและความเป็นมาต่าง ๆ

                จังหวัดสุโขทัยมีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่เป็นแห่งรวมโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานสุโขทัยเป็นแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานกำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย ภายใต้ชื่อว่า “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” ภายในอุทยานจะครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานไว้มากมาย ทั้งวัดวาอาราม ร่องรอยของพระราชวัง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือ วัดมหาธาตุ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่มีพระเจดีย์รวมถึง 200 องค์ เจดีย์ทรงปราสาทได้รับอิทธิพลมาจากล้านนา ซึ่งเจดีย์พระประธานนั้นเป็นทรงดอกบัวตูมซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยอย่างแท้จริง

นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดสุโขทัยจะต้องไม่พลาดที่จะเดินทางมาที่วัดมหาธาตุเพื่อเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ในด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุมีวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีความงดงามไม่แพ้กันคือ วัดสระศรี จุดเด่นของวัดนี้คือ ตั้งอยู่กลางสระน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชื่อว่า ตระพังตระกวน มีเจดีย์ทรงระฆังกลมหรือที่เรียกว่าเจดีย์ทรงลังกา ถัดขึ้นมาทางทิศเหนือของ ตระพังตระกวน ในรัชกาลที่ ๕ เรียกว่า ศาลเทพารักษ์ใหญ่ หรือศาลตาผ้าแดง ซึ่งเป็นแบบปราสาทขอม ก่อด้วยศิลาแลงทั้งองค์ เมื่อครั้งที่กรมศิลปะได้ทำการบูรณะได้ขุดพบส่วนประติมากรรมเทวรูปและเทวสตรีทรงใส่เครื่องประดับอย่างสวยงาม และยังมีเตาเผาเครื่องสังคโลกซึ่งเป็นการทำถ้วยชามเคลือบสีต่าง ๆ เตาเผาแบบสุโขทัยส่วนใหญ่ก่อจากอิฐดิบ ซึ่งจะมีเตาเผาอยู่สองแบบคือ แบบเตากลม กับแบบรูปหลังเต่านั่นเอง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ของไทยซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นจังหวัดสุโขทัยมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก และเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้มาเยี่ยมชมโบราณสถานที่เป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลของไทยเรานั่นเอง

                สุโขทัยเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ยังคงดูแลรักษาโบราณสถานภายในจังหวัดไว้อย่างดี จึงทำให้จังหวัดสุโขทัยเป็นแหล่งเรียนรู้ของศิลปะและวัฒนธรรมที่สมบูรณ์และมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงทำให้เป็นโบราณสถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย ที่สนใจในเรื่องของศิลปะโบราณ และเป็นการส่งเสริมให้คนยุคใหม่หันมาสนใจให้ความสำคัญกับโบราณสถานมากขึ้นเพื่อรักษาให้คงอยู่คู่บ้านเมืองสืบต่อไป

พาเที่ยวรอบตรัง เก็บแลนด์มาร์คเอามาเช็คอิน

ถ้าพูดถึงจังหวัดตรังแล้วนั้นแน่นอนว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเป็นจังหวัดที่มีเกาะต่าง ๆ ที่สวยและมีชื่อเสียงอีกที่หนึ่งในภาคใต้ เลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบกันมากนักว่า จังหวัดตรังนั้นมีที่เที่ยวอีกไม่น้อยที่น่าสนใจ เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวอย่างมาก

จังหวัดตรังถูกจัดเป็นเมืองรอง คือ ภาครัฐให้การสนับสนุนท่องเที่ยวในเมืองรองมากขึ้นเพื่อเป็นการนำสถานที่ท่องเที่ยวมาเสนอให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยังดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยการทีสามารถนำใบเสร็จที่ท่องเที่ยวในเมืองรองมาลดหย่อนภาษีได้นั่นเอง เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจตื่นตัวมากขึ้น ผู้คนเกิดการเดินทางภายในประเทศมากขึ้น และ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองรองเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น อีกด้วย

                เมืองตรัง เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่ง เพราะเมืองตรัง มีสถานที่เก่าแก่ที่ยังคงอยู่ อาทิเช่น โบสถ์เก่าแก่ที่มีอายุเกือบ 100 ปี เป็นต้น เมืองตรังถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความหลากหลายอยู่ตัวเอง เช่น สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองตรังที่ขึ้นชื่อนั้น ก็ไม่มีได้มีเพียง ถ้ำมรกต ที่เป็น Unseen Thailand ในชื่อของการวิวาห์ใต้สมุทรที่มีที่เดียวในเมืองไทย แล้วมีชื่อเสียงโด่งดังไกลถึงระดับโลก ทั้งนี้เมืองตรังยังมีถ้ำ เกาะหรือที่เที่ยวอีกเป็นจำนวนมากที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบ อาทิเช่น ถ้ำเลเขากอบ เรียกได้ว่าเป็น Unseen Thailand ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ถ้ำเลเขากอบนี้มีที่ตั้งที่ดี มีสายน้ำไหลผ่านล้อมรอบไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ และภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เป็นธรรมชาติที่สวยงามสื่อได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ และยังมีถ้ำที่ใกล้ ๆ ที่สามารถเดินชมได้คือ ถ้ำเจ้าสาว ถ้ำรากไทร เป็นต้น เมืองตรังเป็นเมืองที่น้ำสวย ทะเลใส หาดทรายขาว เพราะยังมีเหล่าหมู่เกาะและหาดทรายสวย ๆ ต่าง ๆ รายล้อม อาทิเช่น เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเหลาเหลียง หาดปากเมง หาดหัวหิน เป็นต้น

 เมืองตรังเป็นเมืองรองที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เยี่ยมชมธรรมชาติ ดำน้ำ ดูปะการัง ชิมอาหารพื้นบ้าน ของดีเมืองตรังที่รอให้ผู้คนเดินทางเข้ามาสัมผัส

ในส่วนของการเดินทางไปยังเมืองตรังนั้น ก็มีหลายวิธี

1.การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว คือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ผ่านไปยังสุราษฎร์ธานี ทุ่งสงแล้วแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 ไปจนถึงตรัง เส้นทางนี้จะใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ย 11 – 12 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ

2.เดินทางโดยรถโดยสาร การเดินทางด้วยวิธีนี้จะต้องขึ้นรถโดยสารสายกรุงเทพฯ – ตรัง ที่ออกจากสถานีขนส่งสายใต้

3. เดินทางด้วยรถไฟ จะมีรถไฟจากหัวลำโพงออกไปยังสถานีตรังทุกวัน การจองตั๋ว วันที่แน่นอนควรเช็ครายละเอียดกับการรถไฟแห่งประเทศไทย

4. การเดินทางโดยเครื่องบิน การเดินทางในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากประหยัดเวลา สะดวกสบาย แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายที่อาจจะบานปลายในรูปแบบการเดินทางแบบอื่น ๆ อีกด้วย

ทริปนี้ต้องไปให้ได้ เที่ยวเมืองรองที่ “นครนายก”

จังหวัดนครนายกอยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ ไม่มาก เดินทางเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะได้พบสถานที่เที่ยวสุดฟิน นครนายกเป็นเมืองรองที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ภูเขา เขื่อน หรือแม้กระทั่งแหล่งศึกษาธรรมชาติ ที่จังหวัดนครนายกถือได้ว่ามีครบจบในจังหวัดเดียวและยังเดินทางได้สะดวก เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบเพราะมีสถานที่หลายแห่งที่รับรองนักท่องเที่ยวแต่ละรูปแบบให้สามารถเลือกสรรไปพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างหลากหลายนั่นเอง

                จังหวัดนครนายกเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำตกท่ามกลางหุบเขา เนื่องจาก เป็นจังหวัดที่มีน้ำตกหลายแห่งและหลายแห่งก็ยังมีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย อาทิเช่น น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกสาริกา เป็นต้น แต่ในจังหวัดนครนายกนั้นก็มีสถานที่เที่ยวอีกมากที่สวยงามไม่แพ้กันเลย คือ อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ ที่มีทิวทัศน์จากธรรมชาติที่สวยงาม รอบอ่างเก็บน้ำนั้นเหมาะแก่การนั่งดูพระอาทิตย์ตก เดินเล่นเพื่อรับลมเย็น ๆ หรือปั่นจักรยานออกกำลังกายเบา ๆ บนรอบอ่างเก็บน้ำถูกลาดยางยาวตลอดแนว

อีกทั้งยังมีน้ำตกที่ไม่ไกลจากอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ คือ น้ำตกสาริกา และน้ำตกนางรอง นั่นเอง น้ำตกสาลิกา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีผาใหญ่ถึง 9 ชั้น มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามตลอดแนว น้ำตกนางรอง เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เป็นที่นิยมของผู้คนอยู่ไม่น้อยด้วยความสวยงามของธรรมชาตินั่นเอง

แต่จังหวัดนครนายกไม่ได้มีดีแค่น้ำตก เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายรูปแบบ อาทิเช่น วัดหลวงพ่อปากแดง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครนายก หรือจะเป็น วัดจุฬาภรณ์วนาราม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองจากซุ้มป่าไผ่ที่เป็นแนวยาวหลายเมตรจะเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม ถ่ายรูปกับบรรยากาศและยังได้โอกาสเข้าไปทำบุญในวัดจุฬาภรณ์วนารามอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น จังหวัดนครนายกยังมีสถานที่ที่เหมาะกับการทำกิจกรรมแอดแวนเจอร์อีกหลายแห่ง อาทิเช่น การล่องแก่ง ที่แม่น้ำนครนายก การล่องแก่งที่นครนายกสามารถมาได้ตลอดทั้งปี และยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์อีกมากมายที่ สาลิกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ อาทิเช่น การพายเรือยาง – คายัก , ปีนผาโรยตัว , ขับ ATV เป็นต้น

                จังหวัดนครนายกนับได้ว่าเป็นเมืองรองที่น่าสนใจอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์กับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม อีกทั้งยังเดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่มากในการเดินทางไปยังสถานที่เที่ยวอีกด้วย การเดินทางจากกรุงเทพ ฯ มายังจังหวัดนครนายก สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวนั้นจะมาตามทางหลวงหมายเลข 305 ถนนเลียบคลองรังสิต – นครนายก หรือมาโดยรถประจำทาง สายกรุงเทพฯ –นครนายก ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 30 นาที มีรถทุกวัน วันละหลายรอบ โดยรถเที่ยวแรกจะเริ่มที่เวลา 04.30 น. สามารถจองตั๋วรถหรือสอบถามรายละเอียด ต่าง ๆ ได้โดยตรงที่บริษัทขนส่ง นครนายกมีแห่งท่องเที่ยวมากมาย ที่อยากให้ทุกคนมาลองเที่ยว ณ เมืองรองแห่งนี้แล้วคุณจะรักนครนายก

เที่ยว 3 ทะเลตราดสุดฮอต ที่ไปแล้วต้องติดใจ

จังหวัดตราดเป็นจังหวัดชายแดนสุดฝั่งทะเลตะวันออก ที่มีเขตชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเล มีหมู่เกาะรวมกันมากถึง 52 เกาะ การเดินทางนั้นสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทางก็ได้ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสู่จังหวัดตราดนั้นสามารถ ใช้เส้นทางได้สองเส้นทาง คือ ใช้เส้นทาง ถนนสุขุมวิท จะเป็นถนนที่เลียบชายฝั่งทะเล ระยะทาง 385 กิโลเมตร และเส้นทางสาย บางนา – ตราด ระยะทาง 315 กิโลเมตร  ทะเลตราดนั้นเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากคำร่ำลือถึงความงามของหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลที่ใส และล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ๆ ทะเลตราด 3 แห่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงจังหวัดตราด

                1.เกาะช้าง ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบอ่าวไทย และยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอีก ด้วย เกาะช้างได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้ตลอดปี และด้วยความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการขนส่งคมนาคมที่สะดวกนั้น จึงทำให้เกาะช้างเป็นที่สถานที่ที่ได้รับความนิยม อีกทั้งยังสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นเรือข้ามฟากมาฝั่งเกาะช้างได้อีกด้วย 

                2.เกาะกูด เป็นเกาะที่มีสีน้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตใส ด้วยความที่น้ำใส จนอดใจไม่ไหวที่จะต้องทำกิจกรรมเหล่านี้คือ การดำน้ำดูปะการังเรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเกาะกูดเลยก็ว่าได้ และการพายเรือคายัคก็ยังเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดด้วยเช่นกัน ด้วยความสวยงามของท้องทะเลผสานเข้ากับความเงียบสงบของชายหาดทำให้เกาะกูดเหมาะแก่การมาพักผ่อน ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นที่สุด

                3.เกาะขาม เป็นส่วนตัวที่มีขนาดเล็ก จุดเด่นของเกาะขามคือ มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ เกาะขามมีสีน้ำทะเลฟ้าใส จึงทำให้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่มีความสวยงามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มีหินภูเขาไฟที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณชายหาด เรียกได้ว่าเป็นเศษซากของธรรมชาติที่ยังคงเหลือให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม และยังมีแนวปะการังหลากหลายชนิดอยู่รอบ ๆ เกาะ  นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำและดำน้ำลงไปเยี่ยมชมความสวยงามปะการังใต้ท้องทะเลได้อีกด้วย

                ทะเลตราดเรียกได้ว่าเป็นทะเลที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ได้ค่อนข้างมาก และยังเป็นทะเลที่มีความน่าสนใจเพราะด้วยน้ำใส ๆ หาดทรายขาว ๆ พร้อมทั้งบรรยากาศที่สงบเหมาะแก่การมาพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวแบบ One day trip หรือจะเป็นแบบการเที่ยวแบบค้างคืนก็เรียกได้ว่า ได้พักผ่อนทั้งร่างกาย สมอง และจิตใจกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิเช่น การดำน้ำดูปะการังกลางทะเล หรือ ตามหมู่เกาะต่าง ๆ การเดินเล่นรอบ ๆ เกาะ  ตลอดจนการนั่งเรือชมวิว ดูหมู่เกาะที่เรียงรายกันอยู่ในทะเลอ่าวไทย จังหวัดตราดเรียกได้ว่ามีทะเลสวยไม่แพ้ทะเลภาคใต้เลยทีเดียว ดั่งคำขวัญที่ว่า

“เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา”

พระนครศรีอยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน

จากกระแสของละครบุพเพสันนิวาส สิ่งที่เห็นได้จากในละครอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือความงดงามของปราสาทราชวัง ตลอดจนวัดวาอารามต่าง ๆ ที่มีสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามของสยามประเทศในอดีต และสถานที่ต่าง ๆ ที่โดดเด่นและสวยงามในละครเรื่องนี้ คือการจำลองยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยาที่มีความรุ่งเรื่องและสมบูรณ์ในอดีตเข้ามาแต่ปัจจุบันนี้แล้วนั้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหลือเพียงแค่เป็นสถานที่ ที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของวัดวาอาราม แทบไม่มีเค้าโครงความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งในอดีต ทำให้ผู้คนแทบจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนี้เป็นอันดับท้าย ๆ ของจังหวัดที่ต้องการจะไป และจากกระแสละครบุพเพสันนิวาส ทำให้คนหันมาสนใจศึกษา และหันมาท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยากันมากขึ้นนั่นเอง ” อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน”

 สถานที่แรกที่แนะนำ คือ “ศาลาอยุธยา”สถานที่แห่งนี้ นับเป็นจุดแรก ๆ ที่ต้องมาแวะเช็คอิน ซึ่งเป็นสถานที่สไตล์โมเดิร์น บูทีค ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมของอยุธยา ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาแวะพักผ่อนทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยากับบรรยากาศและวิวสวย ๆ ต่อด้วยสถานที่ ที่เรียกว่าเป็นที่เก็บพาหนะมีชีวิตของคนอยุธยาในอดีต “เพนียดคล้องช้าง” สำหรับใครที่มากับลูกหลาน สถานที่นี้ดูจะมีความน่าสนใจสำหรับพวกเขาเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งลูกช้างตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงช้างใหญ่ที่นำมาจัดแสดงกันให้ดูอย่างมากมาย

นอกจากนี้อยุธยา ยังมีอีกสถานที่หนึ่ง ที่เป็นแหล่งรวมของกินและสินค้าต่าง ๆ มากมาย ที่มีขายที่ร้านบนบกและขายบนเรือ ในตลาดที่เรียกว่าเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดอยุธยา “ตลาดน้ำอโยธยา” โดยจะเป็นตลาดย้อนยุคโบราณ ที่เต็มไปด้วยอาหารและสินค้า OTOP และยังเป็นตลาดนัดชุมชนวิถีไทย ยังได้กลิ่นอายความเป็นอยุธยา เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างดีทีเดียว ในยามค่ำคืนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีถนนคนเดินที่ชื่อว่า “อยุธยาไนท์มาร์เก็ต” สถานที่แห่งนี้ เป็นตลาดกลางคืนสไตล์ย้อนยุคแห่งใหม่ของจังหวัด รวบรวมทั้งของกินของใช้ไว้ครบ ทั้งขายบนบกและในน้ำ เรียกได้ว่า ได้ทั้งความรู้สึกย้อนยุคกลับเข้าไปในอดีต จากพ่อค้าแม่ขายที่นุ่งห่มสไบและผ้าแบบในสมัยก่อน อีกทั้งยังมีสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ ที่จำลองมาให้ถ่ายรูปกันอย่างมากมาย และที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่กี่ร้อยกิโลเท่านั้น การเดินทางนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็สามารถเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้แล้ว

หากจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นที่รู้กันดีว่า เต็มไปด้วยวัดและโบราณสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในอดีต แต่ในปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พัฒนาให้มีสถานที่ท่องเที่ยว ร่วมสมัย และก็ยังดูแลสถานที่เก่าแก่เอาไว้ เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นเมืองเก่าและศิลปวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่ในอดีต จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกได้ว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์อีกเมืองหนึ่งที่มีแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณสถานและโบราณวัตถุอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานกันของเก่าที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว จึงทำให้พระนครศรีอยุธยายังคงเป็นจังหวัดที่ผู้คนยังคงหลั่งไหลไปเที่ยวกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

เที่ยวเล่นชิล ๆ ที่นี่ เมืองชลบุรี

จังหวัดชลบุรีเป็นที่ขึ้นชื่อของชายหาดทะเลบางแสน ที่ตั้งอยู่ที่ตำบลแสนสุข จังหวัดชลบุรี ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที จากกรุงเทพ แต่จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ชายหาดบางแสนที่เป็นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัด ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดที่น่าสนใจอีกจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวัดวาอาราม  สวนสัตว์  เกาะต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งหาดต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรี กล่าวได้ว่า ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีความเจริญอยู่ไม่น้อย เส้นทางการขนส่ง คมนาคม มีความสะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งคนโดยรถสาธารณะต่าง ๆ การขนส่งสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นจังหวัดเศรษฐกิจอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก สถานที่ท่องเที่ยวก็เป็นอีก 1 สิ่งที่ทำให้ผู้คนสนใจอยากเดินทางเข้ามาที่จังหวัดชลบุรีจำนวนไม่น้อย ในแต่ละปีมีผู้คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดชลบุรีปีละไม่ต่ำกว่าแสนคน จึงทำให้ชลบุรีเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว

                ถ้าพูดถึงหาดบางแสน หาดพัทยา คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นสถานที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรี แต่ในชลบุรีไม่ได้มีเพียงสองหาดนี้เท่านั้น ยังมี หาดบางเสร่ อำเภอสัตหีบ เป็นหาดที่มีความสงบ มีหาดทรายสีขาว มีร่มเงาจากต้นมะพร้าวตลอดแนวชายหาด ซึ่งแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก ห่างมาไม่ไกลก็มีหาดทรายแก้วที่เป็นอีกหาดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ที่อำเภอสัตหีบ เป็นหาดทรายที่ปะปนปะการัง มีต้นสนให้ร่มเงาตลอดแนวชายหาด และยังมี อ่าวดงตาลตั้งอยู่ในพื้นที่ของ กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นอีกชายหาดที่มีความเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน ชายหาดมีลักษณะโค้งยาว ตลอดแนวจะมีต้นตาลและต้นสนให้ร่มเงาบรรยากาศร่มรื่น และเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน อีกทั้งยังมีสวนสัตว์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดชลบุรีคือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่มีเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 5,000 ไร่ จุดเด่นของที่นี่คือ สวนนก และมีกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืน (Night Safari) และอีกที่หนึ่งคือ สวนเสือศรีราชา เป็นสถานที่จัดแสดงเสือพันธุ์เบงกอง กว่า 200 ตัว และสัตว์อื่น ๆ อีกบนพื้นที่ 250 ไร่ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และนันทนาการที่มอบความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

                สำหรับใครที่มองหาที่เที่ยวที่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ที่เที่ยวที่จังหวัดชลบุรีถือว่าอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจด้วยปัจจัยหลาย ๆ เมืองชลบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายที่กระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัด ที่ทำให้จังหวัดชลบุรีเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวนั้นเพราะมีสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อน เที่ยวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เพื่อเป็นการใช้เวลาร่วมกัน พร้อมกับชื่นชมบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ เงียบสงบและยังได้ความรู้จากการเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ อีกด้วย      

สนุกไปกับ One day trip ที่สระบุรี แล้ว Wana be การเป็นเกษตรกร

จังหวัดสระบุรีมีประวัติที่เก่าแก่ มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และเพียบพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และยังเป็นจังหวัดที่ควรค่าแก่การเข้ามาศึกษาทางประวัติศาสตร์ แหล่งการเรียนรู้ธรรมชาติและโบราณสถานของทางพระพุทธศาสนา สระบุรีเรียกได้ว่ามีเกษตรกรที่ทำสวน ทำไร่ และทำนากันอยู่มากในจังหวัดสระบุรีนี้ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเหมาะแก่การทำสวน ทำไร่ เพราะเป็นเนินเขาสลับกันไป แต่ทางตอนใต้ของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบจึงเหมาะแก่การทำนา อีกทั้งยังมีแม่น้ำสายสำคัญที่เป็นหัวใจของจังหวัดสระบุรีคือ แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชาวเกษตรกรเลยก็ว่าได้ และยังมีความสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศในภาคของอุตสาหกรรมอีกด้วย

                สระบุรีอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็สามารถเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิเช่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ถ้ำพระบาทน้อย น้ำตกมวกเหล็ก เป็นต้น แต่จะมีการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบมากนักว่าที่สระบุรีได้มีการเปิดให้เข้าชม สวน ไร่ นา เพื่อให้ความรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจในวิถีชีวิตแบบชาวสวนชาวไร่ สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ พืชสวนนานาพันธุ์ สระบุรีเป็นจังหวัดที่มีการปลูกพืชไร่ พืชสวนที่หลากหลาย อาทิเช่น ไร่องุ่น ไร่มัลเบอร์รี และการเกษตรอินทรีย์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งเสริมวิถีชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่ายที่แฝงอยู่ในความสนุกเพลิดเพลินในการทำกิจกรรม อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวจากธรรมชาติอีกมากมายในบริเวณใกล้เคียงที่สามารถไปนอนพักผ่อน เล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ สระบุรีจึงเป็นจังหวัดที่น่าจับตามองอีกจังหวัดหนึ่งเพราะเป็นจังหวัดที่นิยมให้ผู้คนในเมืองได้ลองย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศแบบพื้นบ้านที่เรียบง่าย คือการทำเกษตรกรรมนั่นเอง ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดีที่ส่งเสริมให้คนยุคใหม่ที่ห่างไกลจากวิถีดั้งเดิมของบรรพบุรุษได้เรียนรู้และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

                ดังนั้น จังหวัดสระบุรีเรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งในด้านของประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ธรรมชาติ น้ำตก และกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดสระบุรีก็สามารถมาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว ไปถนนทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปบางปะอิน แยกแล้วเข้าถนนมิตรภาพไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตรก็จะถึงตัวจังหวัดสระบุรี ถ้าเป็นการโดยสารด้วยรถประจำทางจะมีรถวันละหลายเที่ยวจากบริษัทขนส่ง มีให้เลือกทั้งแบบรถแอร์ รถธรรมดา สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ หรือหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร2 หรือการเดินทางโดยรถไฟ โดยเริ่มที่สถานีหัวลำโพงไปยังสถานีสระบุรีมีบริการวันละหลายขบวน อีกทั้งบางขบวนยังสามารถแวะลงที่สถานีแก่งคอย และสถานีมวกเหล็กได้อีกด้วย ฉะนั้นแล้วจังหวัดสระบุรีจึงเป็นจังหวัดที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มากมายเหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวในช่วงวันหยุดอีกด้วย

3 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปถิ่น “บุรีรัมย์”

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย แจ้งเกิดการมีชื่อเสียงมาจาก ทีมฟุตบอลที่ทำให้บุรีรัมย์นั้นเป็นที่รู้จักและเป็นที่สนใจทั้งแฟน ๆ นักบอลและนักท่องเที่ยวกันอย่างแพร่หลาย  แต่รู้ไหมว่าจังหวัดบุรีรัมย์ก็มีสถานที่เที่ยวที่เก่าแก่ สวยงามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลัง และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบ จังหวัดบุรีรัมย์เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่มรดกแห่งวัฒนธรรมที่สำคัญ ตลอดจนไปถึงที่เที่ยวในยุคใหม่ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย

                3 สถานที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ไม่ควรพลาด บุรีรัมย์เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งปราสาทหิน เนื่องจากมีสถานที่สำคัญ ๆ ที่เก่าแก่ตั้งแต่โบราณจึงทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเป็นพวกศาสนสถาน วัดวาอารามต่าง ๆ ที่ยังคงงดงามและเป็นที่ได้รับความเคารพนับถือมาจนถึงปัจจุบัน

1.ปราสาทหินเขาพนมรุ้งหรือปราสาทพนมรุ้ง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อปราสาทเขาหินแหล่งนี้ เพราะเป็นปราสาทหินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และมีผู้คนมากมากหลั่งไหลเข้ามาดูความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบเขมรโบราณ มีความวิจิตรอย่างมาก นับได้ว่าปราสาทหินเขาพนมรุ้งหรือปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้เป็นปราสาทหินขอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นสถานที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญญาลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์เลยก็ว่าได้

2. ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทแห่งนี้ไม่ไกลจากปราสาทพนมรุ้งมากนัก จุดเด่นของปราสาทเมืองต่ำคือ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบุรีรัมย์ ประดิษฐานอยู่ตรงกลางและล้อมรอบไปด้วยพระพุทธรูปที่มีปรางค์เล็กกว่าทั้ง 4 มุม และยังมีลวดลายของศิลปะที่งดงามเป็นอย่างมาก

3.ปราสาทบ้านโคกงิ้ว เป็นโบราณสถานสมัยขอมที่เรียกว่าเป็น อโรคยาศาล หรือ โรงพยาบาลนั่นเอง เพื่อใช้เป็นสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับได้ว่าเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การศึกษาประวัติศาสตร์และควรค่าแก่การอนุรักษ์รักษาให้คงไว้คู่แผ่นดิน เพราะมีการพบแผ่นจารึกที่เป็นภาษาเขมร บนแผ่นสำริด และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรศิลา อีกด้วย

                เมืองรองอย่างจังหวัดบุรีรัมย์ก็ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก ทั้งปราสาทน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ผสมผสานกันกับยุคโบราณ ก็ยิ่งทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีจุดเด่นที่กระจายตัวกันออกไป แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่ก็นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกที่เที่ยวที่ไหนจังหวัดบุรีรัมย์ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว เรื่องการเดินทางก็สามารถเดินทางไปได้ 3 รูปแบบคือ รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และรถไฟลง กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี หรือขบวน นครราชสีมา – อุบลราชธานี ก็ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์เช่นกัน

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตใน จังหวัดกาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ของประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อยุธยาและสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือ ญี่ปุ่นได้มีการสร้างเส้นทางรถไฟสายยุทธศาสตร์จากชุมทางหนองปลาดุกในประเทศไทยยาวไปจนถึงเมืองทันบีอูซายัตในพม่า จากการเร่งสร้างเส้นทางรถไฟเส้นนี้ทำให้ต้องใช้เชลยจำนวนมากในการสร้าง ซึ่งมีการทำงานไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน จึงทำให้มีผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายเป็นจำนวนมาก หลายคนอาจจะเรียกเส้นทางรถไฟเส้นนี้ว่า เส้นทางรถไฟสายมรณะ เพราะมีผู้คนล้มตายจากการสร้างทางรถไฟจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันจังหวัดกาญจนบุรีไม่ได้มีเพียงเส้นทางรถไฟที่เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวเพียงแห่งเดียว แต่ยังมีสถานที่เที่ยวอีกมากที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก 5 สถานที่ยอดฮิตเมื่อมาถึงจังหวัดกาญจนบุรี ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมหรือทำกิจกรรม ไม่เช่นนั้นจะเหมือนว่าไปไม่ถึงจังหวัดกาญจนบุรีจริง ๆ

                สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของจังหวัดกาญจนบุรีไปเสียแล้ว เนื่องด้วยเป็นสะพานที่มีประวัติศาสตร์ที่เชลยฝ่ายสัมพันธมิตรสร้างสะพานเพื่อใช้เป็นเส้นทางไปยังสถานีน้ำตกไทรโยค จากที่ของเดิมนั้นเป็นสะพานไม้ก็ได้มีการนำเหล็กมาใช้แทนแล้ว และยังสามารถขึ้นมาถ่ายรูปบนสะพานได้ด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้นั่งรถไฟมา หรือคนที่นั่งโดยสารรถไฟก็สามารถเดินลงมาถ่ายรูปได้เช่นกัน ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดกาญจนบุรีเลยทีเดียว สถานที่

น้ำตกไทรโยคน้อย และน้ำตกไทรโยคใหญ่ คือน้ำตกที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่อดีต น้ำตกไทรโยคน้อยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟน้ำตก มีแอ่งน้ำสามารถเล่นได้ ส่วนน้ำตกไทรโยคใหญ่ อยู่ติดกับแม่น้ำแควน้อย จะต้องนั่งเรือจากอุทยานแห่งชาติไทรโยคเพื่อเข้าไปชมความสวยงามเรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยไม่เหมือนใคร

การล่องแพแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ไป เพราะได้เยี่ยมชมสองฝั่งที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และสามารถกระโดดน้ำเล่นได้ ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยลักษณะน้ำตกที่ไหลมาเป็นชั้นอย่างสวยงามและรายล้อมไปด้วยป่าไม้ที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชไม้นานาพันธุ์ จึงทำให้น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

น้ำตกเอราวัณ อีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย มีชั้นน้ำตกที่สวยงามถึง 7 ชั้น มีน้ำสีเขียวมรกตใส เรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรีเลยก็ว่าได้

                แหล่งประวัติศาสตร์อย่างจังหวัดกาญจนบุรีนั้นได้รับความนิยมในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมากตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทางและที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดกาญจนบุรีก็ คือการเดินทางด้วยรถไฟ เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 3 ชั่วโมงดังนั้นแล้วการเดินทางด้วยรถไฟจะได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากเพราะทั้งประหยัดและยังได้ชมทิวทัศน์จากข้างทางอีกด้วย

เป้าหมายของการเดินทางในแต่ละครั้งคืออะไร?

ในการท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน มีระบบการขนส่งสาธารณะที่มีความสะดวกสบายมากกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก และด้วยตัวเลือกการเดินทางที่มากขึ้นนี้ การเดินทางในแต่ละครั้ง ก็ย่อมจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้คนไม่ให้ความนิยมในการที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวกันมากนัก รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวแตกต่างไปจากเดิม และที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนคือ ผู้คนจะนิยมการออกไปท่องเที่ยวแค่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจกันมากขึ้น ซึ่งจะมากกว่าการออกไปท่องเที่ยวในสถานที่ไกล ๆ เหมือนในอดีต

โดยกลุ่มที่ดูจะให้ความนิยมเป็นอย่างมาก นั่นคือ กลุ่มของวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนวัยทำงาน หรือพนักงานออฟฟิศ ที่นิยมจะท่องเที่ยวในวันหยุดเพื่อผ่อนคลายความเครียด ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน กลุ่มคนเหล่านี้จะชอบการท่องเที่ยวแบบส่วนตัวคือ จะมีการเดินทางไปด้วยตนเอง ศึกษาเส้นทางเอง จัดกิจกรรม หาแหล่งท่องเที่ยว จัดตารางเวลาเที่ยวด้วยตนเอง เป็นต้น

แต่ยังมีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีความนิยมที่จะท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนเช่นเดียวกัน นั่นคือ กลุ่มวัยเกษียณอายุ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีเป้าหมายในการเดินทางที่คล้ายกับกลุ่มอื่น ๆ แต่กิจกรรมหรือรูปแบบการเดินทางต่าง ๆ จะแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน และนี่ก็คือเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า การใช้การท่องเที่ยวเพื่อเป็นการพักผ่อนและผ่อนคลาย ได้รับความนิยมจากคนในยุคนี้เป็นอย่างมาก

โดยการแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวออกเป็นแต่ละช่วงวัยนั้น จะทำให้มีการแบ่งแยกรูปแบบการท่องเที่ยว สถานที่ กิจกรรมต่าง ๆ ออกไปอย่างเห็นได้ชัดเจน อาทิเช่น กลุ่มวัยรุ่น นักเรียนและนักศึกษา จะให้ความนิยมในสถานที่ท่องเที่ยวที่พบเห็นได้บนโลกโซเซียลมีเดียและที่เกิดจากการบอกต่อกันบนโลกออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า รีวิว โดยคนกลุ่มนี้จะให้ความสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการรีวิวเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนกลุ่มนี้ก็จะมีข้อจำกัดในการจะออกไปท่องเที่ยวอยู่บ้าง อาทิเช่น งบประมาณที่จะใช้จ่ายในการเดินทาง, ความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่นั้น ๆ และ ระยะเวลาในการเดินทาง เป็นต้น

แต่หากพูดถึงข้อจำกัดเหล่านี้ในกลุ่มของวัยทำงานนั้น จะพบว่ามีแค่ข้อจำกัดสำคัญ ๆ ในเรื่องของเวลาที่เพียงพอและเหมาะสมแก่การออกท่องเที่ยวเท่านั้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีเวลาว่างที่ค่อนข้างน้อย แต่ต้องการได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่เมื่อมีวันหยุด ฉะนั้นจะพบว่าคนกลุ่มวัยนี้ มักจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้กับที่พัก หรือใช้เวลาไม่มากที่จะต้องเดินทางไป ส่วนใหญ่นิยมที่จะเดินทางไปโดยการใช้รถส่วนตัวในการท่องเที่ยว และตารางกิจกรรมจะไม่ค่อยเยอะโดยจะเน้นที่การใช้เวลาเพื่อการพักผ่อนเป็นสำคัญ

และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มวัยเกษียณ กลุ่มนี้จะเน้นเรื่องการพักผ่อน ความสงบ สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นสำคัญ ดังนั้นจากลักษณะและพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากกัน จึงทำให้มีการแบ่งรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อการผ่อนคลายออกเป็นกลุ่มเพื่อให้ง่ายต่อการจัดสรรในเรื่องของเวลา สถานที่ รูปแบบกิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวก ของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวก็ยังถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รวมทั้งภาครัฐได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยการให้ความรู้ คำแนะนำ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัดในประเทศ เพื่อเป็นการโฆษณาดึงดูดให้ผู้คนหันมาสนใจในการท่องเที่ยวกันมากยิ่งขึ้นนั่นเอง และการท่องเที่ยวนั้นมีข้อดีอยู่ไม่น้อย ทั้งในด้านของการพักผ่อนหย่อนใจดังที่กล่าวมา ยังได้เป็นการใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก และเป็นการช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีทีเดียว