เที่ยวดินแดนแห่งอารยธรรม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปกับจังหวัดสุโขทัย

จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม โดยมีแม่น้ำที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดสุโขทัย คือ แม่น้ำยม ที่ไหลผ่านจากเหนือสู่ใต้ อีกทั้งยังมีห้วยแม่หมอก ห้วยแม่ลำพัน ห้วยท่าแพ ที่เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ประวัติศาสตร์ไม่แพ้กับจังหวัดอยุธยาเลย เพราะว่าที่นี้มีโบราณสถานมากมายและยังเป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กำเนิดประเพณีลอยกระทง ลายสือไทยหรือวรรณคดีเล่มแรกของไทย ซึ่งได้กำเนิดที่ ตำบลบางขลัง จังหวัดสุโขทัยนั่นเอง

การเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดสุโขทัยนี้ ถือได้ว่าเป็นการเที่ยวเปิดกรุประวัติศาสตร์ของไทย เพราะมีโบราณสถานมากมายที่เป็นต้นกำเนิดของโบราณวัตถุ เครื่องสังคโลกต่าง ๆ ปัจจุบันจึงทำให้จังหวัดสุโขทัยมีโบราณสถานมากมายที่ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปศึกษาถึงอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากอดีต จังหวัดสุโขทัยจึงมีที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์อยู่มากมาย แต่ได้ทำการคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์เพื่อเป็นแนวทางให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในโบราณสถานและความเป็นมาต่าง ๆ

                จังหวัดสุโขทัยมีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่เป็นแห่งรวมโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานสุโขทัยเป็นแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานกำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย ภายใต้ชื่อว่า “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” ภายในอุทยานจะครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานไว้มากมาย ทั้งวัดวาอาราม ร่องรอยของพระราชวัง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือ วัดมหาธาตุ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่มีพระเจดีย์รวมถึง 200 องค์ เจดีย์ทรงปราสาทได้รับอิทธิพลมาจากล้านนา ซึ่งเจดีย์พระประธานนั้นเป็นทรงดอกบัวตูมซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยอย่างแท้จริง

นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดสุโขทัยจะต้องไม่พลาดที่จะเดินทางมาที่วัดมหาธาตุเพื่อเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ในด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดมหาธาตุมีวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีความงดงามไม่แพ้กันคือ วัดสระศรี จุดเด่นของวัดนี้คือ ตั้งอยู่กลางสระน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชื่อว่า ตระพังตระกวน มีเจดีย์ทรงระฆังกลมหรือที่เรียกว่าเจดีย์ทรงลังกา ถัดขึ้นมาทางทิศเหนือของ ตระพังตระกวน ในรัชกาลที่ ๕ เรียกว่า ศาลเทพารักษ์ใหญ่ หรือศาลตาผ้าแดง ซึ่งเป็นแบบปราสาทขอม ก่อด้วยศิลาแลงทั้งองค์ เมื่อครั้งที่กรมศิลปะได้ทำการบูรณะได้ขุดพบส่วนประติมากรรมเทวรูปและเทวสตรีทรงใส่เครื่องประดับอย่างสวยงาม และยังมีเตาเผาเครื่องสังคโลกซึ่งเป็นการทำถ้วยชามเคลือบสีต่าง ๆ เตาเผาแบบสุโขทัยส่วนใหญ่ก่อจากอิฐดิบ ซึ่งจะมีเตาเผาอยู่สองแบบคือ แบบเตากลม กับแบบรูปหลังเต่านั่นเอง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ของไทยซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นจังหวัดสุโขทัยมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก และเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรได้มาเยี่ยมชมโบราณสถานที่เป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลของไทยเรานั่นเอง

                สุโขทัยเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ยังคงดูแลรักษาโบราณสถานภายในจังหวัดไว้อย่างดี จึงทำให้จังหวัดสุโขทัยเป็นแหล่งเรียนรู้ของศิลปะและวัฒนธรรมที่สมบูรณ์และมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงทำให้เป็นโบราณสถานที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย ที่สนใจในเรื่องของศิลปะโบราณ และเป็นการส่งเสริมให้คนยุคใหม่หันมาสนใจให้ความสำคัญกับโบราณสถานมากขึ้นเพื่อรักษาให้คงอยู่คู่บ้านเมืองสืบต่อไป

พระนครศรีอยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน

จากกระแสของละครบุพเพสันนิวาส สิ่งที่เห็นได้จากในละครอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือความงดงามของปราสาทราชวัง ตลอดจนวัดวาอารามต่าง ๆ ที่มีสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามของสยามประเทศในอดีต และสถานที่ต่าง ๆ ที่โดดเด่นและสวยงามในละครเรื่องนี้ คือการจำลองยุคสมัยของกรุงศรีอยุธยาที่มีความรุ่งเรื่องและสมบูรณ์ในอดีตเข้ามาแต่ปัจจุบันนี้แล้วนั้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหลือเพียงแค่เป็นสถานที่ ที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังของวัดวาอาราม แทบไม่มีเค้าโครงความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งในอดีต ทำให้ผู้คนแทบจะนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนี้เป็นอันดับท้าย ๆ ของจังหวัดที่ต้องการจะไป และจากกระแสละครบุพเพสันนิวาส ทำให้คนหันมาสนใจศึกษา และหันมาท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยากันมากขึ้นนั่นเอง ” อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน”

 สถานที่แรกที่แนะนำ คือ “ศาลาอยุธยา”สถานที่แห่งนี้ นับเป็นจุดแรก ๆ ที่ต้องมาแวะเช็คอิน ซึ่งเป็นสถานที่สไตล์โมเดิร์น บูทีค ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิมของอยุธยา ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาแวะพักผ่อนทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยากับบรรยากาศและวิวสวย ๆ ต่อด้วยสถานที่ ที่เรียกว่าเป็นที่เก็บพาหนะมีชีวิตของคนอยุธยาในอดีต “เพนียดคล้องช้าง” สำหรับใครที่มากับลูกหลาน สถานที่นี้ดูจะมีความน่าสนใจสำหรับพวกเขาเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งลูกช้างตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงช้างใหญ่ที่นำมาจัดแสดงกันให้ดูอย่างมากมาย

นอกจากนี้อยุธยา ยังมีอีกสถานที่หนึ่ง ที่เป็นแหล่งรวมของกินและสินค้าต่าง ๆ มากมาย ที่มีขายที่ร้านบนบกและขายบนเรือ ในตลาดที่เรียกว่าเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดอยุธยา “ตลาดน้ำอโยธยา” โดยจะเป็นตลาดย้อนยุคโบราณ ที่เต็มไปด้วยอาหารและสินค้า OTOP และยังเป็นตลาดนัดชุมชนวิถีไทย ยังได้กลิ่นอายความเป็นอยุธยา เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างดีทีเดียว ในยามค่ำคืนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีถนนคนเดินที่ชื่อว่า “อยุธยาไนท์มาร์เก็ต” สถานที่แห่งนี้ เป็นตลาดกลางคืนสไตล์ย้อนยุคแห่งใหม่ของจังหวัด รวบรวมทั้งของกินของใช้ไว้ครบ ทั้งขายบนบกและในน้ำ เรียกได้ว่า ได้ทั้งความรู้สึกย้อนยุคกลับเข้าไปในอดีต จากพ่อค้าแม่ขายที่นุ่งห่มสไบและผ้าแบบในสมัยก่อน อีกทั้งยังมีสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ ที่จำลองมาให้ถ่ายรูปกันอย่างมากมาย และที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพมหานครไม่กี่ร้อยกิโลเท่านั้น การเดินทางนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็สามารถเดินทางมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้แล้ว

หากจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นที่รู้กันดีว่า เต็มไปด้วยวัดและโบราณสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในอดีต แต่ในปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พัฒนาให้มีสถานที่ท่องเที่ยว ร่วมสมัย และก็ยังดูแลสถานที่เก่าแก่เอาไว้ เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นเมืองเก่าและศิลปวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่ในอดีต จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกได้ว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์อีกเมืองหนึ่งที่มีแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณสถานและโบราณวัตถุอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เมื่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานกันของเก่าที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว จึงทำให้พระนครศรีอยุธยายังคงเป็นจังหวัดที่ผู้คนยังคงหลั่งไหลไปเที่ยวกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

3 สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปถิ่น “บุรีรัมย์”

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย แจ้งเกิดการมีชื่อเสียงมาจาก ทีมฟุตบอลที่ทำให้บุรีรัมย์นั้นเป็นที่รู้จักและเป็นที่สนใจทั้งแฟน ๆ นักบอลและนักท่องเที่ยวกันอย่างแพร่หลาย  แต่รู้ไหมว่าจังหวัดบุรีรัมย์ก็มีสถานที่เที่ยวที่เก่าแก่ สวยงามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลัง และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบ จังหวัดบุรีรัมย์เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่มรดกแห่งวัฒนธรรมที่สำคัญ ตลอดจนไปถึงที่เที่ยวในยุคใหม่ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย

                3 สถานที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ไม่ควรพลาด บุรีรัมย์เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งปราสาทหิน เนื่องจากมีสถานที่สำคัญ ๆ ที่เก่าแก่ตั้งแต่โบราณจึงทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเป็นพวกศาสนสถาน วัดวาอารามต่าง ๆ ที่ยังคงงดงามและเป็นที่ได้รับความเคารพนับถือมาจนถึงปัจจุบัน

1.ปราสาทหินเขาพนมรุ้งหรือปราสาทพนมรุ้ง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อปราสาทเขาหินแหล่งนี้ เพราะเป็นปราสาทหินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และมีผู้คนมากมากหลั่งไหลเข้ามาดูความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบเขมรโบราณ มีความวิจิตรอย่างมาก นับได้ว่าปราสาทหินเขาพนมรุ้งหรือปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้เป็นปราสาทหินขอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นสถานที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสัญญาลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์เลยก็ว่าได้

2. ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทแห่งนี้ไม่ไกลจากปราสาทพนมรุ้งมากนัก จุดเด่นของปราสาทเมืองต่ำคือ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบุรีรัมย์ ประดิษฐานอยู่ตรงกลางและล้อมรอบไปด้วยพระพุทธรูปที่มีปรางค์เล็กกว่าทั้ง 4 มุม และยังมีลวดลายของศิลปะที่งดงามเป็นอย่างมาก

3.ปราสาทบ้านโคกงิ้ว เป็นโบราณสถานสมัยขอมที่เรียกว่าเป็น อโรคยาศาล หรือ โรงพยาบาลนั่นเอง เพื่อใช้เป็นสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับได้ว่าเป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การศึกษาประวัติศาสตร์และควรค่าแก่การอนุรักษ์รักษาให้คงไว้คู่แผ่นดิน เพราะมีการพบแผ่นจารึกที่เป็นภาษาเขมร บนแผ่นสำริด และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรศิลา อีกด้วย

                เมืองรองอย่างจังหวัดบุรีรัมย์ก็ยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก ทั้งปราสาทน้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ผสมผสานกันกับยุคโบราณ ก็ยิ่งทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีจุดเด่นที่กระจายตัวกันออกไป แม้จะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่ก็นับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกที่เที่ยวที่ไหนจังหวัดบุรีรัมย์ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว เรื่องการเดินทางก็สามารถเดินทางไปได้ 3 รูปแบบคือ รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง และรถไฟลง กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี หรือขบวน นครราชสีมา – อุบลราชธานี ก็ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์เช่นกัน